ตามธรรมเนียม เมื่อบล็อกเริ่มไม่ได้อัพเดทนาน เราก็จะหาอะไรง่ายๆมาเขียนขั้นรายการซักเล็กน้อย
คราวนี้ขอว่าด้วยเรื่องของผลไม้ละกัน เพิ่งหมดฤดูมะยงชิด แล้วช่วงนี้ก็เข้าสู่ฤดูของทุรียน เงาะ และมังคุด เลยเอารูปผลไม้มาลงคลายเหงา 😉



uncategorized
ลองนับเล่นๆ ว่า อาทิตย์หลังสุดมานี้ กินอะไรเข้าไปเยอะมาก …
จากเดิมที่ไม่ค่อยผอมอยู่แล้ว ย้ายงานก็ไม่ได้ออกกำลังกายอีกเลย … เกือบจะ 6 เดือนล่ะ
แ้ล้วก็ลองไล่ๆดูว่ากินอะไรไปบ้าง
.. วันพฤหัสที่แล้ว บุฟเฟต์สไตล์เกาหลี ที่ร้านโกซิแร
.. วันศุกร์ทีมเอาท์ติ้ง บุฟเฟต์นานาชาติ ที่ The World @ Centara Grand
.. ถัดมา วันเสาร์ ไปกินข้าวบ้านยาย
.. วันอาทิตย์ น้องรับปริญญา ไปกิน MK มื้อเที่ยง
.. วันจันทร์ มื้อเที่ยงรีบไปเอาของที่พารากอน กินเบอร์เกอร์คิง … มื้อเย็น กิน Fuji
.. วันอังคาร มื้อเที่ยงกินส้มตำ … มื้อเย็นเป็นปิ้งย่างอีกแล้ว ที่ร้านโนบิตะ !!
.. หึหึ
แุถมรูปจาก โกซีแร และ The World @ Centara Grand ซัก 2-3 รูป กับ แผนที่ร้านโกซิแรด้านล่างสุด



แผนที่โกซิแร
[mappress mapid=”4″]
เนื่องมาจากได้รับคำสั่งให้สั่งซื้อของบางอย่างจาก Amazon แต่ว่าบางอย่างที่ว่านั้น ไม่มีบริการส่งออกนอก US (หรือไม่ก็มี..แต่ไม่อยากใช้)
… สิ่งที่เราทำได้นอกจากการบินไปซื้อเอง … ฝากเพื่อนซื้อ … ซื้อแล้วส่งให้เพื่อนหิ้วกลับมา
ก็มีอันนี้แหล่ะ Shipito.com ซึ่งได้รับการแนะนำโดย @Pakkardkaw (ก็ที่เป็นคนเีดียวกับคนที่สั่งให้ซื้อนั่นแหล่ะ)
บริการ Shipito.com คืออะไร ?
Shipito เป็นการสร้างที่อยู่ปลอมๆของเราใน US ซึ่งเมื่อเราสมัคร เราจะได้ที่อยู่มาอันนึงเป็นชื่อเรา ซึ่งสถานที่จริงๆก็คือ Warehouse ของ Shipito ตอนนี้ (23/10/2553) ค่าสมัครอยู่ที่ 8.5 $ ซึ่งก็จะนำมาเป็นเงินในบัญชีของเราต่อไป
เมื่อเราซื้อของ เราก็ให้ส่งไปยังที่อยู่ดังกล่าว …
และเมื่อของมาถึง Shipito เจ้า Shipito ก็จะเมลมาบอกรายละเอียดเรา ว่าของที่ได้รับมีหน้าตาอย่างไร (มีรูปด้วย) ขนาดเท่าไหร่ พร้อมกับประเมินราคาให้เสร็จสรรพ ว่าถ้าจะส่งมาให้เราที่บ้านเนี่ยจะเสียดังเท่าไหร่ … (นั่นแปลว่าเราต้องหาข้อมูลเรื่องราคาการส่งของระหว่างประเทศไว้บ้าง !! ไม่เช่นนั้นแล้ว อาจจะไม่มีปัญญาเอาของออกจาก Shipito – -“)
ก่อนที่ Shipito จะส่งของออกมาให้เรา จะมีขึ้นตอนอีกสองสามอันคือ
1. เราต้องเข้าไป Declare ของที่จะส่งมาที่บ้าน ว่าเป็นอะไร เพื่อใช้ในการคำนวณภาษีของทางศุลกากร ว่าของที่ส่งนั้นเป็นอะไร เสียภาษีหรือไม่อย่างไร
2. เลือกวิธีที่จะจัดส่ง ว่าส่งโดยผู้ให้บริการรายไหน (มีหลายเจ้า หลายราคา)
3. ดูเรื่องที่อยู่ที่จะให้ส่งไปที่ไหน.. แต่โดยปกติเราจะกรอกที่อยู่ของบ้านเราไว้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้ส่งไปให้คนอื่นก็ไม่ต้องแก้ไขในส่วนนี้
4. จ่ายตังค์ค่าส่งกลับบ้าน .. อย่างที่บอกไว้ตอนแรก ว่าเรามีค่าสมัคร 8.50 $ ไว้ในตอนแรกอยู่แล้วด้วย ค่าส่งที่เราต้องจ่ายเพิ่มก็หักส่วนนี้ออกไปด้วย (ในครั้งแรก)
สุดท้ายก็รอของมาถึงบ้าน โดยอาจจะต้องมีไปเสียภาษีบ้างตามเวลาและโอกาส แล้วระหว่างนั้นก็เอา ID ของการส่งที่ได้จาก Shipito มา Track ดูได้ว่าของถึงไหนแล้ว
ข้อมูลเพิ่มเติม
ปล. เพิ่งใช้ครั้งแรก ใครมีทริคเด็ดๆก็บอกกันมั่ง
ปล2. ช่วงนี้บาทแข็ง … จะซื้ออะไรก็รีบซื้อ 🙂
เมื่อวานมีโอกาสได้ไปส่งของให้พี่ที่ไปรษณีย์หลักสี่ (หมายถึงไปส่งที่หลักสี่ ไม่ใช่พี่อยู่หลักสี่ O_o)
ของที่ส่งเป็นกระดาษแผ่นเดียว เลยไปหาซื้อซองเอาดาบหน้า สรุปว่าได้ซองกันกระแทกราคา 17 บาท
อันนี้ส่งแบบ EMS พอกรอกอะไรเสร็จสรรพ ก็จ่ายตังไป 450 บาท (ส่งไป USA) ก็เป็นอันเรียบร้อย
แต่ๆๆ.. พอขับรถออกมากได้ 5 นาที ก็มีเจ้าหน้าที่โทรมาจากไปรษณีย์ว่า คีย์ประเทศผิดจากอเมริกาเป็นไต้หวัน … – -” เลยต้องวนรถกลับมาอีกรอบ
สรุปว่าต้องจ่ายเพิ่มอีก 150 รวมเป็น 600 สำหรับการส่งเอกสาร 1 แผ่นไปอเมริกาแบบ EMS
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Post นี้ไม่ได้จะมาด่าว่าอะไรเจ้าหน้าที่เค้าหรอก จริงๆที่หลักสี่ออกจะบริการดีด้วยซ้ำ เค้าพยายามรีบเพื่อให้ทันการตัดรอบของ EMS ผิดพลาดได้ไม่ว่ากัน
… แต่วันนี้จะมาแนะนำการติดตาม (Track ) ของไปรษณีย์กัน จริงๆเค้าเปิดบริการนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่เคยใช้ซักที
วิธีดูว่าของที่ส่งถึงไหนแล้วก็ง่ายๆ เข้าตามเว็บนี้เลย http://track.thailandpost.co.th/trackinternet/

เมื่อเราเอารหัสที่อยู่ในใบเสร็จมากรอก ก็จะได้หน้าตาประมาณนี้

ส่วนถ้าสงสัยว่าต้องเอาเลขตรงไหนมากรอก ในหน้าเว็บจะมีตัวอย่างให้ดูเรียบร้อย
ถือว่าการทำหน้าจอให้ผู้ส่ง/รับ สามารถติดตามของที่ตัวเองส่งได้นั้นมีผลทางจิตวิทยาค่อนข้างสูง .. เพราะเดี๋ยวนี้คนเราต้องการข้อมูลว่า กระบวนการ/ขันตอน/สถานะ ของสิ่งที่เรากำลังรอคอยนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ใช่ว่าสอบถามก็อยู่ในกระบวนการๆ ไม่ให้ความรู้สึกที่แย่มากๆ
ทางที่ดีที่สุดคือบอกผู้ใช้บริการไปเลย ว่าขั้นตอนเรามีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง แล้วตอนนี้อยู่ตรงไหนแล้ว เอาให้เห็นๆกันไปเลย ^^
ได้มีโอกาสไปนั่งร้านนี้มาสองครั้ง เลยเอารูปบรรยากาศมาฝากกันเผื่อใครสนใจจะไปนะครับ
ร้าน Three Mangoes มีด้วยกันสองส่วน ข้างหน้าจะเป็นร้านกาแฟ ส่วนด้านหลังเป็นร้านอาหารสไลต์นั่งชิลๆมีดนตรีฟัง
มาดูร้านกาแฟกัน
ลักษณะร้านเป็นร้านโปร่งๆหลังคาสูง มีกระจกรอบด้าน ที่นั่งเป็นกึ่งๆโซฟากับโต๊ะเตี้ยๆ เหมาะกับการนั่งเอนหลังคุยกันสบายๆ ในร้านมี Wifi ให้ใช้ฟรีแถมมีปลั๊กไฟให้ใช้ด้วย แต่ว่าถ้าจะใช้คอมจริงๆจังๆนี่อาจจะจะปวดหลังได้ เพราะโต๊ะมันเตี๊ย โต๊ะสูงๆมีอยู่สองสามโต๊ะแต่ว่าโต๊ะมันใหญ่ เหมาะกับมาเป็นครอบครัว
เครื่องดื่มมีกาแฟกับน้ำผลไม้ปั่นแล้วก็มีขนมกับอาหารให้ทานเล่นเล็กน้อย (จริงๆรอบหลังที่ไปนี่แอบเห็นว่ามีเมนูข้าวด้วยอ่ะ)
มาดูบรรยากาศกัน







โดยรวมกาแฟรสชาติเฉยๆนะ เค้กอร่อยดี
ข้างล่างเป็นรูปในส่วนของร้านอาหารนะ
ถ่ายมาได้นิดหน่อย
จริงๆแล้วร้านเค้ามีสองโซน เป็นโซนโต๊ะใหญ่ๆ เหมาะสำหรับการกินข้าว
กับอีกโซนเป็นโต๊ะกระจกกลมๆเล็กๆ น่าจะเหมาะกับการไปนั่งดื่มมากกว่า
แต่ก็นะข้างนอกมันบรรยากาศดีกว่า เลยได้กินข้าวบนโต๊ะเล็กๆ กระทัดรัดมากๆ


แถมๆ รูปสงกรานต์แถวบ้าน มันแดงซะจนไม่แน่ใจว่าอยู่ดอนเมือง หรือว่าอยู่ราชประสงค์กันแน่


สุดท้าย มาปิดกันที่แผนที่ร้าน ตามด้านล่างนี่เลย อยู่ติดๆกับร้าน The Stories ประชาชื่น
[mappress]